เปรียบเทียบ · ประเภทเหรียญคงที่

เหรียญคงที่ 4 ประเภท เทียบให้ครบฉบับคนไทย

ก่อนเลือกเหรียญตัวไหนต้องเข้าใจว่ามีประเภทอะไรบ้าง แต่ละแบบมีกลไกพยุงราคาต่างกัน ความเสี่ยงไม่เหมือนกัน ในบทความนี้แยก 4 ประเภทพร้อมเหรียญตัวอย่าง และพูดถึง ทรู คอยน์ THB ของไทยที่จบไปแล้ว

1. ภาพรวม 4 ประเภท

ประเภทวิธีพยุงราคาตัวอย่างส่วนแบ่งตลาด
Fiat-backedเงินสด/พันธบัตรค้ำ 1 ต่อ 1USDT USDC PYUSD FDUSDประมาณ 95%
Crypto-backedคริปโตค้ำมากกว่าจำนวนเหรียญDAI sDAI LUSDประมาณ 4%
Algorithmicกลไกซ้อน mint/burnUST (จบแล้ว) USDD FRAXต่ำกว่า 1%
Commodity-backedทอง/น้ำมันค้ำPAXG XAUTต่ำกว่า 0.5%

ในเดือนพฤษภาคม 2026 ตลาดเหรียญคงที่รวมประมาณ 290,000 ล้านดอลลาร์ เกือบทั้งหมดเป็น fiat-backed ส่วน algorithmic แทบหายไปหลัง Terra ล่มในปี 2022

2. ประเภท 1 Fiat-backed

กลไก

ผู้ออกเหรียญถือเงินสด พันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น หรือสินทรัพย์ปลอดภัยอื่น ๆ ในธนาคารที่กำกับดูแล จำนวน 1 ต่อ 1 กับเหรียญที่ออก ถ้าออก 1,000,000 USDT ต้องมีสำรอง 1,000,000 ดอลลาร์ในธนาคาร

ผู้ใช้ที่ต้องการแลก USDT 1 เหรียญเป็นดอลลาร์ ส่งให้ผู้ออกแล้วได้ดอลลาร์กลับมา ระบบ arbitrage รักษาให้ราคาคงที่ ถ้าราคาในตลาดต่ำกว่า 1 ดอลลาร์ คนซื้อในตลาดแล้วเอามาแลกที่ผู้ออก ทำกำไรจากส่วนต่าง ทำให้ราคากลับมาที่ 1 ดอลลาร์

ตัวอย่าง

ข้อดี

ข้อเสีย

ในไทย

คน 95% ที่ใช้เหรียญคงที่ในไทยใช้แบบนี้ ส่วนใหญ่ USDT รองลงมา USDC

3. ประเภท 2 Crypto-backed

กลไก

ผู้ใช้ล็อกคริปโต (เช่น ETH BTC SOL) ในสัญญาอัจฉริยะ แล้วยืมเหรียญคงที่ออกมา ระบบรักษาให้มูลค่าหลักประกันมากกว่าจำนวนเหรียญที่ออก โดยทั่วไปประมาณ 150-200% เผื่อราคาคริปโตลง

ตัวอย่าง คุณล็อก ETH มูลค่า 1,500 ดอลลาร์ในสัญญา ระบบให้คุณยืม DAI ได้สูงสุด 1,000 ดอลลาร์ ถ้าราคา ETH ลงจนหลักประกันต่ำกว่า 150% ของยอด DAI ระบบจะขายหลักประกันอัตโนมัติเพื่อชำระหนี้

ตัวอย่าง

ข้อดี

ข้อเสีย

ในไทย

การใช้ DAI ในไทยส่วนใหญ่อยู่บน DeFi เช่น Aave Compound บน Ethereum Polygon คนที่เก็บ DAI เพื่อรับ Savings Rate ที่ MakerDAO (เคยขึ้น 8%+ ในปี 2024) คนทั่วไปไม่ค่อยใช้

4. ประเภท 3 Algorithmic

กลไก

ใช้กลไกอัลกอริทึมในการรักษาราคา โดยปรับ supply ตามความต้องการ ไม่ใช้สำรองจริงเต็มจำนวน ส่วนใหญ่มี "เหรียญพี่น้อง" ที่เก็บความผันผวนแทน

กลไกที่ดังที่สุดคือของ Terra (UST/Luna) ที่ใช้ระบบ mint/burn ระหว่างคู่เหรียญ ถ้า UST ต่ำกว่า 1 ดอลลาร์ ผู้ใช้เอา UST 1 เหรียญแลก Luna มูลค่า 1 ดอลลาร์ได้ ระบบเผา UST ออก ทำให้ supply ลด ราคากลับขึ้น

ตัวอย่าง

ข้อดี

ข้อเสีย

ในไทย

หลังเหตุการณ์ Terra คนไทยส่วนใหญ่ไม่แตะ algorithmic SEC ไทยไม่อนุมัติให้กระดานที่มีใบอนุญาตเทรดเหรียญแบบนี้ ใครจะใช้ต้องผ่าน DEX เท่านั้น และเสี่ยงสูงมาก

5. ประเภท 4 Commodity-backed

กลไก

เหมือน fiat-backed แต่ใช้ทอง น้ำมัน หรือสินค้าอื่นแทนเงินสด ตัวอย่างเช่น 1 PAXG = 1 ออนซ์ของทองคำ ที่เก็บในห้องนิรภัยในลอนดอน

ราคาผันผวนตามราคาของสินค้าที่ผูก ไม่คงที่ที่ 1 ดอลลาร์ แต่คงที่ที่ราคาสินค้านั้น

ตัวอย่าง

ข้อดี

ข้อเสีย

ในไทย

คนไทยที่อยากเก็บทองคำเป็นรูปเหรียญดิจิทัล ส่วนใหญ่ใช้ PAXG ผ่าน Binance ไม่ผ่านกระดานไทย Bitkub ในรอบทดสอบเดือนเมษายน 2026 ปริมาณซื้อขาย PAXG บน Binance ในไทย IP ประมาณ 80 ล้านบาท/วัน ต่ำกว่า USDT มาก แต่มีคนกลุ่มหนึ่งที่ใช้

6. ทรู คอยน์ THB ของไทย (จบไปแล้ว)

ปี 2019 Bitkub ร่วมกับธนาคารกรุงไทยทดลองออกเหรียญคงที่ผูกค่ากับเงินบาทไทย ชื่อ THBC (Thai Baht Coin) เป้าหมาย 1 THBC ต่อ 1 บาท

โครงสร้าง

ใช้แบบ fiat-backed ธนาคารกรุงไทยถือเงินบาทเท่ากับ THBC ที่ออก ออกบนเชน Klaytn (ของ Kakao) ในช่วงแรก เป้าหมายคือให้คนไทยสามารถ "พักเงินบาท" บนเชนได้ ไม่ต้องเสี่ยงค่าเงินกับ USDT

ทำไมไม่ scale

ในปี 2020-2021 ปริมาณ THBC คงที่ที่ระดับ 50-150 ล้านบาท ไม่โต ปัจจัยหลายอย่าง

การจบโครงการ

ในปี 2022 หลัง BOT และ SEC ออกประกาศห้ามใช้คริปโตเป็นสื่อกลางชำระค่าสินค้า โครงการชะลอตัว ในปี 2024 หลังการพูดคุยรอบสุดท้าย Bitkub ประกาศยุติโครงการ เหตุผลหลักคือ BOT มองว่าเหรียญคงที่ที่ผูกเงินบาทอาจส่งผลต่อนโยบายการเงินของประเทศ และอาจเข้าข่ายการออก e-money ที่ต้องการใบอนุญาตเฉพาะ

ผู้ถือ THBC ทุกคนได้รับการแลกคืนเป็นบาทเต็มจำนวน ไม่มีผู้เสียหาย โครงการจบอย่างเรียบร้อย

มีโอกาสกลับมาไหม

ในปี 2025 BOT ทดลอง CBDC (Central Bank Digital Currency) ในกลุ่มทดสอบจำกัด เรียกว่า "ดิจิทัลบาท" ของ BOT เอง ไม่ใช่ stablecoin ของบริษัทเอกชน ถ้าโครงการนี้สำเร็จ คาดว่าในอนาคต stablecoin THB ของเอกชนอาจไม่กลับมา เพราะ BOT จะให้ใช้ CBDC แทน

7. เลือกประเภทไหนสำหรับคนไทย

ใช้ในชีวิตประจำวัน

fiat-backed (USDT USDC) เป็นทางเลือกเดียว สภาพคล่อง ความปลอดภัย ความสะดวกของกระดานไทยรวมกัน

ใช้ใน DeFi ขั้นสูง

fiat-backed เป็นหลัก เพิ่ม DAI เป็นทางเลือกถ้าใช้ MakerDAO Sky หรือ Liquity

เก็บมูลค่าระยะยาว

USDC เป็นหลัก เพิ่ม PAXG ในจำนวน 10-20% ถ้าอยากกระจายเป็นทองคำ

หลีกเลี่ยง

algorithmic stablecoin ทุกตัวยกเว้นมีการศึกษาลึกและยอมรับความเสี่ยงเต็มที่

8. แนวโน้มในอนาคต

กฎ MiCA และ Clarity Act

กฎหมายในยุโรปและสหรัฐทำให้ fiat-backed ที่ regulated ชนะ ตัวที่ไม่ผ่านเกณฑ์ (USDT ในตลาดยุโรป) จะถูกตัดออกจากกระดาน

BOT digital baht

ถ้า CBDC ของ BOT สำเร็จ จะมี "ดิจิทัลบาท" ที่ออกโดยรัฐ ปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย แต่ scope การใช้อาจจำกัด

algorithmic stablecoin ฟื้นยาก

หลัง Terra ความเชื่อมั่นยังไม่กลับ ไม่มี algorithmic stablecoin รายใหญ่ที่ไว้ใจได้ในปี 2026

commodity-backed ขยายตัว

เนื่องจากความเสี่ยงเงินเฟ้อในหลายประเทศ คนเริ่มสนใจ PAXG XAUT มากขึ้น คาดว่าในปี 2027 ตลาด commodity-backed อาจโตเป็น 3-4% ของตลาดเหรียญคงที่

สรุป

เหรียญคงที่มี 4 ประเภท แต่ในทางปฏิบัติคนไทย 95% ใช้ fiat-backed (USDT USDC) อีก 4% ใช้ crypto-backed (DAI) ใน DeFi algorithmic หลีกเลี่ยง commodity-backed เป็นทางเลือกเสริม สำหรับมือใหม่ในไทย เริ่มจาก USDT ผ่าน Bitkub แล้วค่อยขยายไปประเภทอื่นเมื่อต้องการ

อ่านต่อ USDC vs USDT ปลอดภัยกว่า และ 4 ความเสี่ยงของเหรียญคงที่